
เครดิตภาพ TGCS: ช่วงการเปิดตัวรายงาน “Eradicating Cervical Cancer in Thailand: A Journey of Hope and Progress” (การกวาดล้างมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทย: เส้นทางแห่งความหวังและความก้าวหน้า) ในการประชุมประจำปีของสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย (TGCS) ณ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568
มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่ป้องกันและรักษาให้หายขาดได้
แต่ยังคงคร่าชีวิตผู้หญิงทั่วโลกกว่า 350,000 รายในแต่ละปี สำหรับประเทศไทย โรคนี้ยังคงเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับสองในสตรี แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าในการป้องกันอย่างมีนัยสำคัญ
ในขณะที่อุบัติการณ์ของโรคลดลงจาก 18.1 ต่อประชากรสตรี 100,000 คน (ปี 2544–2546) เหลือ 10.3 ต่อ 100,000 คน (ปี 2562–2564) แต่อัตราการเสียชีวิตกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.9 เป็น 6.8 รายต่อ 100,000 คน ในช่วงปี 2555–2564 คิดเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตประมาณ 3,326 ราย
เป้าหมายระดับโลกและการดำเนินงานของไทย
ในปี 2563 สมัชชาอนามัยโลกได้รับรอง ยุทธศาสตร์ระดับโลกเพื่อการกำจัดมะเร็งปากมดลูก (Global Strategy for the Elimination of Cervical Cancer) โดยมีเป้าหมายลดอุบัติการณ์ให้ต่ำกว่า 4 รายต่อสตรี 100,000 คน ภายในปี 2573 ผ่านเป้าหมาย “90-70-90”:
- การป้องกันปฐมภูมิ: เด็กหญิง 90% ได้รับวัคซีน HPV ครบถ้วนภายในอายุ 15 ปี
- การป้องกันทุติยภูมิ: สตรี 70% ได้รับการคัดกรองด้วยการทดสอบที่มีประสิทธิภาพสูงเมื่ออายุ 35 และ 45 ปี
- การป้องกันตติยภูมิ: สตรีที่ป่วยเป็นโรค 90% ได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ประเทศไทยได้ปรับแนวทางให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่ท้าทายนี้ โดยกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ดำเนินงานอย่างแข็งขันเพื่อมุ่งสู่อนาคตที่หญิงไทยปลอดจากมะเร็งปากมดลูก
การเปิดตัวรายงานความร่วมมือ
/countries/thailand/news/dr-olivia-nieveras-moderated-the-launcing-session.png?sfvrsn=44166771_3)
เครดิตภาพ TGCS: Dr.Olivia Nieveras ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านสาธารณสุข (แผนงานประชากรที่มีสุขภาพดี) องค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย และ ศ.พญ.สิริวรรณ ตั้งจิตกมล ร่วมกันดำเนินรายการในช่วงเปิดตัวรายงาน
องค์การอนามัยโลก (WHO) และสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย (TGCS) ได้ร่วมกันจัดทำเอกสารบันทึกยุทธศาสตร์ของประเทศ เพื่อเน้นย้ำความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญ รวมถึงความท้าทายที่ยังคงอยู่ รายงานดังกล่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ณ การประชุมประจำปีของ TGCS ที่จังหวัดชลบุรี
งานดังกล่าวนำโดย พญ.โอลิเวีย นิเวราส (Dr. Olivia Nieveras) จาก WHO ประเทศไทย และ ศ.พญ.สิริวรรณ ตั้งจิตกมล นายกสมาคม TGCS พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำที่ร่วมอภิปรายถึงความก้าวหน้าทางระบาดวิทยาและนโยบายเชิงบูรณาการของไทย
การอภิปรายโดยคณะผู้เชี่ยวชาญ: สะท้อนสถานการณ์และความท้าทาย
/countries/thailand/news/tgcs-advisors.png?sfvrsn=abc158af_3)
เครดิตภาพ TGCS: นพ.ศุภกร พิทักษ์การกุล รองผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ, รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และ ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และที่ปรึกษาสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย
ผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ 3 ท่าน ซึ่งล้วนเป็นผู้มีส่วนร่วมในการจัดทำรายงานฉบับนี้ ได้ร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญในระหว่างการอภิปรายบนเวที (Panel Discussion) เกี่ยวกับความเป็นมา สถานการณ์ปัจจุบัน ความก้าวหน้า และความท้าทายต่างๆ
นพ.ศุภกร พิทักษ์การกุล รองผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้เน้นย้ำถึงนโยบายบูรณาการของกระทรวงสาธารณสุขในมุมมองของภาครัฐ รวมถึงแผนการยกระดับการให้บริการที่มีเป้าหมายเพื่อนำบริการฉีดวัคซีน การคัดกรอง และการรักษา เข้าไปใกล้ชิดกับชุมชนมากยิ่งขึ้น
ศ.นพ.จตุพล ศรีสมบูรณ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และที่ปรึกษาสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย (TGCS) ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของสมาคมฯ ในการสนับสนุนประเทศไทยด้านการจัดทำแนวทางเวชปฏิบัติ (Clinical Guidance) การพัฒนาโปรโตคอลการรักษาระดับชาติ และการสนับสนุนการเสริมสร้างศักยภาพให้แก่บุคลากรทางการแพทย์
ในขณะที่ รศ.นพ.วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่ปรึกษาสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย ได้นำเสนอการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มทางระบาดวิทยาในปัจจุบัน และความก้าวหน้าของประเทศไทยในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายระดับโลก
ในขณะที่ประเทศไทยยังคงเดินหน้าบนเส้นทางสู่การกำจัดมะเร็งปากมดลูก การเปิดตัวรายงานฉบับนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของพันธกิจระยะยาวในการปกป้องสุขภาพของสตรี ข้อมูลเชิงลึกและบทเรียนที่ได้รับการบันทึกไว้นี้ ไม่เพียงแต่เปรียบเสมือนแผนที่นำทางสำหรับประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคและทั่วโลก ที่กำลังมุ่งมั่นบรรลุเป้าหมาย 90-70-90 เพื่อก้าวเข้าสู่เส้นทางการขจัดมะเร็งปากมดลูกให้หมดไปจากการเป็นปัญหาสาธารณสุข
ก้าวต่อไป
สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือ ความมุ่งมั่นทางการเมืองที่ต่อเนื่องยั่งยืน การเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบสุขภาพ การลงทุนด้านคุณภาพข้อมูล การเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมของชุมชน เหนือสิ่งอื่นใด ความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะเปลี่ยนวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยปลอดมะเร็งปากมดลูก” ให้กลายเป็นความจริง
แหล่งอ้างอิง


